LAMBORGHINI MIURA เจ้ากระทิงอมตะ
posted on 15 Jun 2009 23:54 by speedupเฟอร์ลู ซิโอ แลมเบอร์กินี ถือ กำเนิดขึ้นในตระกูลชาวนาที่อดทนและมีความหลงใหลในเครื่องยนต์กลไกทุกชนิด รวมทั้งสนใจในรถยนต์ความเร็วสูงมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขาแอบเข้าไปในโรงนาตั้งแต่อายุยังน้อย และแอบถอด และประกอบเครื่องจักรกลในโรงนาของพ่อ เพื่อดูการทำงานของเครื่องยนต์อยู่เสมอ อีกทั้งยังซ่อมแซมเครื่องจักรกลด้วยตัวเองและยังประดิษฐ์เครื่องจักรที่ใช้ งานง่ายๆได้อีกด้วย แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของผู้เป็นพ่อที่เห็นแวว เฟอร์ลูซิโอ ที่ทะเยอทะยานอยากจะเป็นวิศวกรให้สมหวังดังที่ตั้งใจไว้
ในปี ค ศ 1933 พ่อจึงส่งตัว เฟอร์ลูซิโอ แลมเบอร์กินี ไป
เข้าเรียนที่โรงเรียนเทคนิคใกล้ๆกับเมือง BOLOGNA
และได้รับปริญาทางอุสาหกรรม
หลังจากจบจากโรงเรียนเทคนิคแล้วจึงไปเป็นช่างฝึกงาน
ที่โรงงานเครื่องยนต์ใน BOLOGNA สงครามโลกครั้งที่สองก็เริ่มต้นขึ้นในปี
1939 เฟอร์ลูซิโอ ก็ต้องเข้าไปรับใช้ชาติ และถูกส่งไปยังเกาะ RHODES เกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของตุรกี ที่นั่นเฟอร์ลูซิโอ ได้รับฉายาว่า "พ่อมด" เนื่องจากสามารถทำให้รถของกองทัพอิตาลีที่หมดสภาพกลับมาวิ่งใช้งานได้อีกครั้ง
ช่วง ปลายสงคราม เกาะRHODES ได้ถูกยึดโดยทหารอังกฤษ เฟอร์ลูซิโอ ก็ต้องไปทำงานให้กับกองทัพอังกฤษในเรื่องยุทธโธปกรณ์ ตั้งแต่ปี 1944 ถึงปี 1946 จึงได้กลับบ้านเกิดเพื่อมาใช้ชีวิตพลเรือนในอายุ 30 ปี ในช่วงหลังสงครามชาวนาในอิตาลีเป็นจำนวนมากต่างต้องการรถไถนา และแทรคเตอร์ เพื่อใช้งานในไร่ของตนแต่ไม่สามารถที่จะหารถไถได้เนื่องจากสงครามเพิ่งจะ ผ่านพ้นไป เฟอร์ลูซิโอมอง เห็นลู่ทางจึง คิดสร้างโรงงานผลิตรถแทรคเตอร์และรถไถนาขึ้นมาจากสมบัติเก่าและที่ดินจำนวน มากของพ่อ พร้อมทั้งมีการโฆษณาว่าจะนำรถแทรคเตอร์ที่ผลิตโดยแลมเบอร์กินี มาประลองกำลังและแข่งขันลากดึงกันดูว่ารถของบริษัทใดจะมีแรงม้าและแรงบิดที่ดีพอจะเป็นอันดับที่หนึ่งได้ ซึ่งวิธีนี้ทำให้ตระกูลของแลมเบอร์กินี เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอย่างรวดเร็วมาก จนทำให้กิจการรถไถ และรถแทรคเตอร์ของแลมเบอร์กินีเจริญ รุ่งเรืองมาโดยตลอด เนื่องจากการเข้าใจและเข้าถึงในระบบเครื่องยนต์ของรถ และความที่มีหัวก้าวหน้าทางด้านงาวิศวกรรมการออกแบบเครื่องจักรกล

ช่วง ปลายสงคราม เกาะRHODES ได้ถูกยึดโดยทหารอังกฤษ เฟอร์ลูซิโอ ก็ต้องไปทำงานให้กับกองทัพอังกฤษในเรื่องยุทธโธปกรณ์ ตั้งแต่ปี 1944 ถึงปี 1946 จึงได้กลับบ้านเกิดเพื่อมาใช้ชีวิตพลเรือนในอายุ 30 ปี ในช่วงหลังสงครามชาวนาในอิตาลีเป็นจำนวนมากต่างต้องการรถไถนา และแทรคเตอร์ เพื่อใช้งานในไร่ของตนแต่ไม่สามารถที่จะหารถไถได้เนื่องจากสงครามเพิ่งจะ ผ่านพ้นไป เฟอร์ลูซิโอมอง เห็นลู่ทางจึง คิดสร้างโรงงานผลิตรถแทรคเตอร์และรถไถนาขึ้นมาจากสมบัติเก่าและที่ดินจำนวน มากของพ่อ พร้อมทั้งมีการโฆษณาว่าจะนำรถแทรคเตอร์ที่ผลิตโดยแลมเบอร์กินี มาประลองกำลังและแข่งขันลากดึงกันดูว่ารถของบริษัทใดจะมีแรงม้าและแรงบิดที่ดีพอจะเป็นอันดับที่หนึ่งได้ ซึ่งวิธีนี้ทำให้ตระกูลของแลมเบอร์กินี เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอย่างรวดเร็วมาก จนทำให้กิจการรถไถ และรถแทรคเตอร์ของแลมเบอร์กินีเจริญ รุ่งเรืองมาโดยตลอด เนื่องจากการเข้าใจและเข้าถึงในระบบเครื่องยนต์ของรถ และความที่มีหัวก้าวหน้าทางด้านงาวิศวกรรมการออกแบบเครื่องจักรกล

BOB WALLACE ผู้ที่ได้เคยทำงานทั้งกับ ENZO FERRARI และ FERRUCCIO LAMBORGHINI
ได้กล่าวเอาไว้ว่า โดยพื้นฐานแล้วทั้งสองคนนี้มีอะไรที่คล้ายกันมาก
ทั้งสองคนมีประสพการณ์และพรสวรรค์ที่จัดหาคนให้เหมาะสมกับงานที่ทำเป็นอย่าง
มาก สำหรับ ENZO
เองเป็นอะไรที่หลายคนไม่กล้าเข้าใกล้เนื่องจากเขาทำตัวห่างจากคนทั่วไปมาก
แต่สำหรับ LAMBORGHINI แล้วนั้น เขาจะเป็นกันเองกับทุกๆคนมากกว่า
บางครั้งอาจดูเหมือนกับคนที่พูดจาไม่สุภาพเรียบร้อย และออกจะหยาบคาย
แต่เขาก็เป็นคนที่เที่ยงตรง
และยังมีความซื่อสัตย์ยุติธรรมเป็นอย่างมากสมแล้วกับการได้รับฉายาว่า
"เจ้ากระทิงหนุ่ม" จริงๆ
Tags: lamborghini, miura, เจ้ากระทิงอมตะ0 Comments
